โครงการจัดรายการดนตรีการกุศลโดยวงดนตรีสุนทราภรณ์

เนื่องในวาระครบ 90 ปี พระราชวังพญาไท


 

  1. ความเป็นมา

พระราชพญาไทเป็นโบราณสถานของชาติที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีความงดงามและทรงคุรค่าทางด้านศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมพระราชวังพญาไทที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่ง ศตวรรษ เคยเป็นที่ประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นโรงนาหลวงอันเป็นที่ทดลองทำนาทำสวนและเลี้ยงไก่ และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าออยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญที่เคยประกอบที่ท้องสนามหลวง(ทุ่งพระสุเมรุ) มาจัดที่ทุ่งพญาไทนี้ เป็นพระตำหนักของสมเด็จพรศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง และเจ้านายใกล้ชิดหลายพระองค์เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงโปรดเกล้า ฯ จัดตั้ง “ดุสิตธานี” เมืองจำลอง เพื่อทดลองการปกครองระบอบประชาธิปไตยในบริเวณพระราชวังแห่งนี้ เป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง เป็นสถานีวิทยุกระจายเสียง และต่อมาได้เป็นที่ทำการของกองทัพบกด้านการรักษาพยาบาล จนเป็นที่เริ่มต้นของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและยังเคยเป็นที่ทำการของกรมแพทย์ทหารบก ปัจจุบันคือที่ทำการของศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า

      กองทัพบก ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า และมูลนิธิแพทย์พระมงกุฎเกล้า ตระหนักถึงความเป็นมาและความสำคัญดังกล่าว และเล็งเห็นความจำเป็นในการอนุรักษ์โบราณสถานพระราชวังพญาไท จึงจัดถึงความเป็นมาและความสำคัญดังกล่าวและเล็งเห็นความจำเป็นในการอนุรักษ์โบราณสถานพระราชวังพญาไท จึงจัดตั้งโครงการบูรณะพระราชวังพญาไทขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2540 เพื่อดำเนินการบูรณะและอนุรักษ์พระที่นั่งและตำหนักต่าง ๆ ในพระราชวังพญาไทให้อยู่ในสภาพใหล้เคียงของเดิมที่สุดและถูกต้องตามหลักวิชาการอนุรักษ์โบราณสถาน

      การบูรณะพระราชวังพญาไทให้แล้วเสร็จทั้งหมดไม่สามารถดำเนินการได้ในคราวเดียว เนื่องจากขาดงบประมาณสนับสนุน ที่ได้ดำเนินการติดต่อจนถึงปัจจุบันได้ใช้งบประมาณไปรวมทั้งสิ้นประมาณ 21.12 ล้าน บาท แต่ก็ไม่สามารถทำให้บูรณะบรรลุเป้าหมาย ทั้งนี้ยังขาดงบประมาณที่จำเป็นต้องใช้อีกจำนวนมาก ดังนั้น ในโอกาสที่พระราชวังพญาไทมีอายุครบ 90 ปีในปีนี้ ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า และชมรมคนรักวัง ซึ่งดำเนินงานสนับสนุนโครงการบูรณะ พระราชวังพญาไทในด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และหาทุนตลอดมา จึงจัดรายการแสดงดนตรีการกุศลโดยวงดนตรีสุนทราภรณ์ ซึ่งเป็นที่นิยมของนักฟังเพลงทุกรุ่นทุกสมัยขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2543

 

  1. วัตถุประสงค์

2.1         เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

2.2         เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์พระราชวังพญาไท ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมให้เป็นที่รู้จัก  เพื่อปลูกฝั่งความรู้สึกภาคภูมิใจและเกิดความรัก ความหวงแหน และร่วมกันอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ตลอดไป

2.3         เพื่อเป็นการฉลองในวาระที่พระราชวังพญาไทมีอายุครบ 90 ปี

2.4         เพื่อหารายได้สมทบการบูรณะพระราชวังพญาไท

 

  1. วิธีดำเนินการ

3.1         จัดทำรายการแสดงดนตรีการกุศลร่วมกับวงดนตรีสุนทราภรณ์ โดยการถ่ายภาพบันทึกเทป ณ สถานที่น่าสนใจในพระราชวังพญาไท เพื่อประชาสัมพันธ์พระราชวัง ฯ และนำเทปแพร่ภาพออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 โดยจะเชิญนักร้องกิติมศักดิ์มาร่วมขับร้องเพลงจากบทเพลงในพระราชนิพน์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 และบทเพลงของวงดนตรีสุนทราภรณ์

3.2         รับบริจาคเงินจากผู้มีจิตศรัทา เพื่อสนับสนุนการบูรณะพระราชวังพญาไท

 

  1. ผู้ดำเนินการ

กองทัพบก,กรมแพทย์ทหารบก,วงดนตรีสุนทราภรณ์,ชมรมคนรักวัง และคณะกรรมการดำเนินงานฝ่ายต่าง ๆ

 

  1. ผู้ให้การสนับสนุน

5.1         กองทัพบก

5.2         กรมกิจการพลเรือนทหารบก

5.3         สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5

5.4         วงดนตรีสุนทราภรณ์

5.5         มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่กัว ในพระบรมราชูปถัมภ์

5.6         หอวชิราวุธานุสรณ์

5.7         โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลับ

5.8         กรมแพทย์ทหารบก

5.9         โครงการบูรณะพระราชวังพญาไท

5.10      ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า

5.11      โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

5.12      วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

5.13      วิทยาพยาบาลกองทัพบก

5.14      สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า

5.15      สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร

โครงการบูรณะพระราชวังพญาไท

เนื่องจากพระราชวังพญาไทเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม และ ประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากรให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นต้นมา ฉะนั้น การที่จะดำเนินการบูรณะซ่อมแซม หรืออนุรักษ์พระราชวังแห่งนี้ จึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือกฎเกณฑ์ของภาครัฐ และวัตถุประสงค์ของโครงการที่วางไว้ ดังต่อไปนี้:-

๑) ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยต้องได้รับการอนุมัติเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากกรมศิลปากร ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุม ดูแล รักษา โบราณสถานโดยตรง

๒) ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารและผังเมือง เพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้แก่ตัวอาคารโบราณสถาน ตลอดถึงความปลอดภัยของผู้ใช้อาคารด้วย

๓) ปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือขั้นตอนที่กำหนดไว้ในแผนแม่บท (MASTER PLAN) ของโครงการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติงานระยะสั้น และการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการในระยะยาวด้วย และการดำเนินงานในแต่ละระยะจะมากน้อยแค่ไหน ต้องขึ้นอยู่กับเงินทุนที่หาได้ หรือที่มีอยู่ด้วยเช่นกัน

ดังนั้น การดำเนินงานอนุรักษ์พระราชวังพญาไท จึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎเกณฑ์ทั้ง ๓ ข้อ ที่ได้กล่าวมาเบื้องต้นนี้ โดยคณะกรรมการโครงการฯ ได้พิจารณาแหล่งเงินกองทุนที่มีอยู่ปัจจุบันมีจำนวนจำกัด จึงได้ลงมติให้แบ่งการดำเนินงานซ่อมแซมบูรณะเป็นระยะๆ (PHASE) โดยการดำเนินงานระยะที่ ๑ (PHASE I) จัดแบ่งเป็นหัวข้อดังต่อไปนี้ :-

๑) งานซ่อมแซมบูรณะเฉพาะงานส่วนหลังคาของแต่ละพระที่นั่ง ซึ่งได้แก่ พระที่นั่งพิมานจักรี, พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส, พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน และอาคารรับรอง ที่มีปัญหาน้ำฝนรั่วไหลลงมาทำลาย หรือ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ลายเขียนสีดั้งเดิมบนเพดาน และผนังภายในของแต่ละพระที่นั่งมาโดยตลอด

๒) งานซ่อมแซมบูรณะผนังภายนอก รวมทั้งประตูหน้าต่างของพระที่นั่งทั้ง ๓ องค์ และอาคารรับรองด้วย

๓) งานซ่อมแซมบูรณะภายในห้องท้องพระโรง ชั้น ๒ ของพระที่นั่งพิมานจักรี

๔) งานซ่อมแซมบูรณะบริเวณห้องโถงรอบบันไดด้านหลัง ชั้น ๒ ของพระที่นั่งพิมานจักรี

สำหรับแนวคิดและหลักการการอนุรักษ์โบราณสถานพระราชวังพญาไทนี้ ทางบริษัทที่ปรึกษาได้นำเอาหลักการแบบสากลมาผสมผสานกับแนวคิด หรือหลักการของกรมศิลปากร โดยให้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งสามารถสรุปหลักการได้เป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้ :-

๑) ให้รักษา หรือ คงไว้ซึ่งรูปลักษณ์ หรือรูปแบบทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเป็นรูปแบบดั้งเดิมของอาคาร หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ทำการซ่อมแซมบูรณะ ให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นขนาด, สีสรร, สัดส่วน หรือการเลือกใช้วัสดุ

๒) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงขนาด หรือสัดส่วน ของส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคาร ซึ่งเป็นส่วนที่มองไม่เห็นจากภายนอกด้วยมุมมองธรรมดา ย่อมขออนุมัติยกเว้นเป็นกรณีได้ เมื่อพิสูจน์ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับตัวอาคารในอนาคต เช่น กรณีการขออนุมัติขยายขนาดรางระบายน้ำฝนบนหลังคาของพระราชวังพญาไท เป็นต้น

๓) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวัสดุ ไปจากวัสดุดั้งเดิม ซึ่งไม่สามารถหาวัสดุดั้งเดิมในท้องตลาดปัจจุบัน ย่อมขออนุมัติยกเว้นเป็นกรณีได้เช่นกัน โดยวัสดุใหม่ต้องมีคุณสมบัติเทียบเท่า หรือ ดีกว่าวัสดุเดิม ตลอดจนรูปแบบ, ขนาด, สัดส่วน, สีสรร ต้องเหมือนเดิมทุกประการ ยกตัวอย่างในกรณีกระเบื้องมุงหลังคาพระราชวังพญาไท จากหลักฐานที่ค้นพบ กระเบื้องมุงหลังคาดั้งเดิมเป็นกระเบื้องซีเมนต์แผ่นเรียบจากต่างประเทศ ซึ่งมิอาจหาได้แล้วในท้องตลาดปัจจุบัน จึงได้บริษัทผลิตกระเบื้องในประเทศ ผลิตกระเบื้องแผ่นเรียบทำด้วย FIBERGLASS ซึ่งมีลักษณะ, รูปร่าง, ขนาด, สีสรร เหมือนของเดิมทุกประการ

๔) ในกรณีที่มีความจำเป็นที่มีการเปลี่ยนการใช้สอยของอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนภายในของอาคาร เช่น ต้องการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องปรับอากาศภายในห้อง ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปเช่นกัน ถ้าการติดตั้งเครื่องปรับอากาศไม่ไปทำลาย หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อ รูปแบบ, ลวดลาย, สีสรร หรือส่วนตกแต่งอื่นๆ ที่ทรงคุณค่าของอาคาร เช่น กรณีการพิจารณาติดตั้งเครื่องปรับอากาศห้องพระบรรทม ชั้น ๒ พระที่นั่งพิมานจักรี เป็นห้องประชุมปัจจุบัน ซึ่งทำได้ แต่ในห้องท้องพระโรง ทำไม่ได้ เพราะจะเกิดผลเสียหายมากกว่าผลได้ เป็นต้น

เมื่อนำข้อกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ มาประกอบกับแนวคิด และ หลักการที่ได้กล่าวนำมาเบื้องต้นนั้น ทำให้เห็นภาพแนวทางในการปฏิบัติงานการอนุรักษ์ได้ชัดเจนว่าต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎเกณฑ์ไหนบ้าง และดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน ความเป็นไปได้มีอะไรบ้าง ดังนั้น จึงตั้งข้อสรุปขั้นตอนการปฏิบัติงานซ่อมแซมบูรณะพระราชวังพญาไทได้เป็นลำดับดังต่อไปนี้ :-

๑) รวบรวมข้อมูล, ค้นคว้าหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ หรือความเป็นมาของการก่อสร้างพระราชวังพญาไทแห่งนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งจะหาได้จากหอจดหมายเหตุฯ บ้าง, จากสำนักราชเลขาธิการบ้าง หรือจากเอกชนบ้าง เพื่อนำเป็นข้อมูลในการพิจารณา, วิเคราะห์, หาเหตุผลในการซ่อมแซมบูรณะต่อไป

๒) ทำการสำรวจสภาพปัจจุบันของตัวอาคาร หรือ พระที่นั่งที่จะดำเนินการซ่อมแซมบูรณะ เพื่อบันทึกข้อมูลตามสภาพจริง, ความเสียหายที่ปรากฎอยู่ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางสถาปัตยกรรมและทางโครงสร้าง แล้วรวบรวมข้อมูลที่ได้จากข้อ ๑ มาประกอบกับข้อมูลที่ได้ในข้อนี้ มาทำความเข้าใจและวิเคราะห์ปัญหาโดยละเอียด เพื่อดำเนินงานในขั้นต่อไป

๓) การออกแบบซ่อมแซมบูรณะ ระยะที่หนึ่ง (PHASE I) ตามรายละเอียดและตามข้อกำหนดกฎเกณฑ์ และแนวคิดหลักการต่างๆที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ เมื่อทำแบบเสร็จเรียบร้อย ต้องนำเสนอให้กรมศิลปากร เพื่อพิจารณาอนุมัติเห็นชอบก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้าง

๔) เปิดประมูลหรือประกาศหาบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ผู้มีความชำนาญในด้านนี้โดยเฉพาะ พร้อมทั้งตรวจสอบประวัติการทำงานและผลงานที่ทางบริษัททำมาในอดีตอย่างละเอียด เพื่อนำมาพิจารณาประกอบกับราคาประมูล

๕) ดำเนินงานก่อสร้างซ่อมแซมบูรณะ ตามเงื่อนไขในสัญญาให้สำเร็จลุล่วงตามเวลาและราคาที่ตกลงกัน ทั้งฝ่ายเจ้าของและฝ่ายบริษัทก่อสร้าง

ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาโครงการนี้ ใคร่ถือโอกาสนี้ตั้งข้อสรุปว่า ได้ทำงานร่วมกับคณะกรรมการ ซึ่งทุ่มเท เสียสละเวลา เพื่อความสำเร็จของโครงการนี้อย่างแท้จริง และร่วมทำงานกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ตั้งใจทำงานเพื่อผลงานที่จริงๆ ดังนั้น โบราณสถานแห่งนี้จะคงอยู่เป็นทรัพย์สิน หรือสมบัติทางวัฒนธรรมของประเทศชาติสืบไปอีกนานเท่านาน

โดย กฤชทิพย์ ศิริรัตน์ธำรงค์

กรรมการผู้จัดการ

บริษัท เดียบอร์น สตรีท ดีไซน์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

 

ผู้สนใจที่จะร่วมสมทบทุนโครงการฯ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อที่ :-

คุณ กัญญา กาลกฤษณ์

สำนักงานโครงการบูรณะพระราชวังพญาไท

ชั้น ๒ พระที่นั่งพิมานจักรี พระราชวังพญาไท

ถนนราชวิถี กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐

โทร. ๒๔๕–๙๗๗๐, ๒๔๖–๑๖๗๑-๙ ต่อ ๙๓๖๙๔

โทรสาร ๒๔๖–๗๘๗๖